วิชา IS กลุ่มที่ 3 กลุ่มย่อยที่ 2 โรงเรียนกำแพงเพชรพิทยาคม
**ถ้าหากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้
**ขอขอบคุณแหล่งความรู้ที่ให้เราคณะผู้จัดทำศึกษาค้นคว้า
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการ
ชำรุดของโบราณสถาน
ความหมายของการเสื่อมสภาพ
การเสื่อมสภาพ(Deterioration) หมายถึง
การเปลี่ยนแปลงสภาพของวัสดุที่ใช้ก่อสร้างต่างๆ เช่น ปูนปั้น ศิลาแลง อิฐ
เป็นต้น รวมทั้งโบราณสถานและโบราณวัตถุ
โดยการเปลี่ยนแปลงอาจเกิดทางกายภาพ ฟิสิกส์ เคมี
ชีววิทยาหรือเกิดด้วยการผสมผสานกัน ทำให้มีการเปลี่ยนคุณสมบัติของวัสดุเป็นการเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบที่ไม่ต้องการ
เช่น เปลี่ยนลักษณะรูปร่างภายนอก มีการแตก หัก หรือพื้นผิวของวัสดุเกิดการสึกกร่อน
เป็นต้น
โบราณสถานและโบราณวัตถุจะมีการเสื่อมสภาพตั้งแตระยะเริ่มก่อสร้าง และเมื่อเวลาผ่านไปการเสื่อมสภาพของโบราณสถานและโบราณวัตถุยิ่งมีความรุนแรงมากขึ้น
โบราณสถานและโบราณวัตถุจะมีการเสื่อมสภาพตั้งแตระยะเริ่มก่อสร้าง และเมื่อเวลาผ่านไปการเสื่อมสภาพของโบราณสถานและโบราณวัตถุยิ่งมีความรุนแรงมากขึ้น
สาเหตุของการเสื่อสภาพของโบราณสถานอาจแบ่งได้หลายสาเหตุ
หลายกระบวนการ ปฏิกิริยาต่างๆ เหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมๆกัน
และความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันจนสามารถแยกออกจากันได้ สาเหตุของการเสื่อสภาพแบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้ดังนี้
1.สาเหตุภายใน
2.สาเหตุภายนอก
1.สาเหตุภายใน
(Intrinsic
Factors)
เป็นการเสื่อมสภาพของโบราณสถานซึ่งเกิดเนื่องจากส่วนประกอบของโบราณสถานเอง
ได้แก่ ชนิด และคุณสมบัติของวัสดุก่อสร้าง ชนิดของดิน และวัสดุที่เป็นรากฐานของโบราณสถาน สถานที่ตั้ง
ลักษณะโครงสร้างและน้ำหนักของโบราณสถาน หรือความผิดพลาดในการก่อสร้าง เป็นต้น
2.สาเหตุภายนอก (Extrinsic
Factors)
เป็นกระบวนการเสื่อมสภาพของโบราณสถานที่เกิดขึ้นจากการกระทำของสิ่งแวดล้อมภายนอก
ซึ่งแบ่งได้เป็น
1.สาเหตุจากมนุษย์
2.สาเหตุจากธรรมชาติ
1.สาเหตุจากมนุษย์
สาเหตุจากมนุษย์
ซึ่งเป็นสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้โบราณสถานชำรุดทรุดโทรมและเสื่อมสภาพได้รวดเร็ว
ทั้งโดยตรง เช่น การบุกรุกที่ดิน สร้างที่พักอาศัย การดัดแปลง รื้อถอน
สร้างสิ่งก่อสร้างใหม่และการขุดเจาะเพื่อหาสิ่งมีค่า เป็นต้น
การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายดังกล่าวส่วนใหญ่จะอยู่ในขอบเขตของแหล่งโบราณสถาน หรือระยะประชิดแล้วยังส่งผลทางอ้อมด้วย
ซึ่งเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบทำให้สิ่งแวดล้อมที่อยู่โดยรอบขอบเขตของโบราณสถานเสื่อมโทรมและก่อให้เกิดสภาพที่ไม่ส่งเสริมคุณค่าและความงดงามของโบราณสถาน
2.สาเหตุจากธรรมชาติ
แบ่งได้เป็น
2.1
ภัยพิบัติจากธรรมชาติ
เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวแต่มีผลกระทบก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง ฉับพลับ
และการป้องกันทำได้ยาก เช่น แผ่นดินไหว อุทกภัย เป็นต้น
2.2
สภาวะแวดล้อมทางธรรมชาติ
ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ปัจจัยทางกายภาพ เช่น
ความชื้น แสงแดด ลม สารเคมีที่ปนอยู่ในอากาศ เป็นต้น และปัจจัยทางชีวภาพ เช่น สาหร่าย ไลเคน
หรือพืชชนิดอื่นๆที่เจริญเติบโตบนโบราณสถาน และสัตว์ที่อาศัยอยู่ในบริเวณโบราณสถาน
เป็นต้น
การเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ
แต่มีผลต่อการเสื่อมสภาพของโบราณสถานในระยะยาว
การศึกษาในครั้งนี้ได้เลือกปัจจัยสิ่งแวดล้อมบางประการเท่านั้น
โดยแบ่งปัจจัยสิ่งแวดล้อมออกเป็น 2 ประเภทใหญ่
และได้ศึกษาปัจจัยย่อยเพียงบางปัจจัยดังนี้
1.ปัจจัยสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ
จะศึกษาในเรื่องการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิและความชื้น
2.ปัจจัยสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ
จะศึกษาการเกิดการทำลายโดยสิ่งมีชีวิตจากสิ่งมีชีวิต 3
ชนิด
คือ สาหร่าย นกพิราบ
ต้นไม้
1.ปัจจัยสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ
1.1 อุณหภูมิ
อุณหภูมิเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของโบราณสถาน ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ความร้อน
ระบบระบายอากาศ
ความร้อนจะทำให้วัตถุแห้งกรอบและช่วยให้ปฏิกิริยาเคมีต่างๆ เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
เนื่องจากอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นจะเพิ่มอัตราการเกิดปฏิกิริยาทางเคมี
ฟิสิกส์และชีววิทยา
เราพบว่าอุณหภูมิมีผลโดยตรง
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางฟิสิกส์จะเห็ดได้อย่างชัดเจนคือ
การขยายตัวและหดตัวของวัสดุก่อสร้างเนื่องจากอิทธิพลของอุณหภูมิ
1.2
ความชื้น
ความชื้นเป็นสาเหตุที่สุดในการก่อให้เกิดการเสื่อมสภาพของโบราณสถาน
เนื่องจากความชื้นสามารถเคลื่อนที่ได้หลายรูปแบบ และสามารถกระตุ้นปฏิกิริยาต่างๆ
ให้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
โดยอาจจะทำปฏิกิริยากับวัตถุโดยตรง
หรือทำหน้าที่เป็นตัวกลางในปฏิกิริยาระหว่างวัตถุกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งทำให้มีผลต่อการเสื่อมสภาพของโบราณสถานได้
เช่น การเกิดผลึกเกลือบนผนังอาคารโบราณสถาน การเจริญเติบโตของสาหร่ายและราบนผนัง
เป็นต้น
นอกจากนี้น้ำยังเป็นตัวทำละลายที่ดี
จึงสามารถละลายสิ่งต่างๆได้ดี
น้ำที่อยู่ในรูปของความชื้นในอากาศจึงทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างวัสดุก่อสร้างกับสิ่งแวดล้อม
ทั้งในการทำหน้าที่ละลายก๊าซต่างๆ
ในอากาศจนเกิดเป็นกรดอ่อนที่มีฤทธิ์กัดกร่อนผิววัสดุ
2.ปัจจัยสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ
2.1 สาหร่าย
สาหร่ายที่ขึ้นอยู่บนผนังอาคารนั้น
เป็นพืชชั้นต่ำ มีคลอโรฟิลล์ สามารถสังเคราะห์แสงได้ ไม่มีส่วนที่เป็นราก ลำต้น
ใบที่แท้จริงเพราะไม่มีเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่เฉพาะ มีขนาดตั้งแต่เล็กมากประกอบด้วยเซลล์เดียว ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
จนถึงนาดใหญ่ประกอบด้วยเซลล์จำนวนมาก
สาหร่ายและพืชชั้นต่ำที่เกาะอยู่ตามโบราณสถานเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความชื้นทำให้วัสดุนั้นๆเกิดความเสียหาย
2.2
นกพิราบ
นกพิราบก็มีบทบาทต่อการเสื่อมสภาพของโบราณสถานโดยตรง
ด้วยการกัดกิน เหยียบย่ำวัสดุโบราณสถาน หรือการทำลายโดยอ้อม เช่น
มูลนกพิราบจะทำให้เกิดคราบสกปรกและยังอาจก่อให้เกิดการกัดกร่อนผิววัสดุก่อสร้าง
เพราะ มูลของนกพิราบมีฤทธิ์เป็นกรด หรือมีสารเคมีที่มีผลต่อการเสื่อมสภาพของโบราณสถาน
2.3 ต้นไม้ที่เจริญเติบโตรอบโบราณสถาน
พืชและวัชพืชหลายชนิดมักเจริญเติบโตหนาแน่นในบริเวณที่เปียกชื้น
อาจจะเจริญอยู่บนหลังคาหรือส่วนยอดของโบราณสถาน
ตามบริเวณรอยต่อและรอบแตกของแผ่นอิฐหรือศิลาแลง
รวมทั้งในลวดลายที่ทำเป็นกระบังเหนือประตูหน้าต่าง และจะขึ้น
หนาแน่นมากในบริเวณที่มีดินและฮิวมัสอยู่ด้วย
การเสื่อมสภาพโดยสิงมีชีวิตนั้นจะขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศและความชื้นเป็นสำคัญ
โบราณที่เริ่มมีการเสื่อมสภาพของอิฐ ปูนปั้น
หรือศิลาแลงก็ตามจะเริ่มมีพืชชั้นต่ำขึ้นเช่น ไลเคน สาหร่าย จุลินทรีย์
รวมทั้งพืชชั้นสูงที่เจริญเติบโตขึ้นมาโดยอาจติดมากับนก แมลง สัตว์
รวมถึงการขับถ่ายมูลของนก ทำให้มีการเจริญเติบโตของพืชชั้นสูงเช่น ต้นโพธิ์ ต้นไทร
บนโบราณสถาน รากที่ชอนไชลงไปในโบราณสถานก็ยิ่งทำให้เกิดรอยแตกร้าวมากจนพังทลายได้
วิธีการบำรุงรักษาโบราณสถานขั้นพื้นฐาน
การบำรุงรักษาโบราณสถาน คือ การระวังรักษาโบราณสถานไม่ให้เสื่อมสภาพหรือหยุดยั้งการเสื่อมสภาพ โดยไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงลักษณะรูปร่างของโบราณสถาน
การรักษาความสะอาด การถากถางวัชพืชและการกำจัดสิ่งกีดขวางในเขตโบราณสถาน
เป็นการรักษาสภาพโดยทั่วไปของโบราณสถานและบริเวณโดยรอบให้มีความสะอาดเรียบร้อยและป้องกันความเสียหายหรือความเสื่อมสภาพที่เกิดจากวัชพืชและสิ่งกีดขวางต่าง ๆ
คณะผู้จัดทำ
1.นางสาว เพชรตะวัน สุวรรณวงษ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่
4/2 เลขที่ 28
2.นางสาว ลดามณี โพพิพัฒน์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่
4/4 เลขที่ 33
3.นาย นิพิฐพนธ์ พุทธิรังษีวงศ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/7 เลขที่ 7
4.นาย สุภเวช ชัชวาลย์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่
4/9 เลขที่
11
5.นางสาว ชญานี อินรัญ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่
4/11 เลขที่ 26
โรงเรียนกำแพงเพชรพิทยาคม







