วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

วิชา IS กลุ่มที่ 3  กลุ่มย่อยที่ 2 โรงเรียนกำแพงเพชรพิทยาคม
**ถ้าหากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้
**ขอขอบคุณแหล่งความรู้ที่ให้เราคณะผู้จัดทำศึกษาค้นคว้า

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการ
ชำรุดของโบราณสถาน
ความหมายของการเสื่อมสภาพ

      ารเสื่อมสภาพ(Deterioration) หมายถึง การเปลี่ยนแปลงสภาพของวัสดุที่ใช้ก่อสร้างต่างๆ เช่น ปูนปั้น ศิลาแลง อิฐ เป็นต้น  รวมทั้งโบราณสถานและโบราณวัตถุ โดยการเปลี่ยนแปลงอาจเกิดทางกายภาพ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยาหรือเกิดด้วยการผสมผสานกัน ทำให้มีการเปลี่ยนคุณสมบัติของวัสดุเป็นการเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบที่ไม่ต้องการ เช่น เปลี่ยนลักษณะรูปร่างภายนอก มีการแตก หัก หรือพื้นผิวของวัสดุเกิดการสึกกร่อน เป็นต้น
               โบราณสถานและโบราณวัตถุจะมีการเสื่อมสภาพตั้งแตระยะเริ่มก่อสร้าง  และเมื่อเวลาผ่านไปการเสื่อมสภาพของโบราณสถานและโบราณวัตถุยิ่งมีความรุนแรงมากขึ้น
         สาเหตุของการเสื่อสภาพของโบราณสถานอาจแบ่งได้หลายสาเหตุ หลายกระบวนการ ปฏิกิริยาต่างๆ เหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมๆกัน และความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันจนสามารถแยกออกจากันได้  สาเหตุของการเสื่อสภาพแบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้ดังนี้
  1.สาเหตุภายใน
  2.สาเหตุภายนอก

1.สาเหตุภายใน  (Intrinsic Factors)
             เป็นการเสื่อมสภาพของโบราณสถานซึ่งเกิดเนื่องจากส่วนประกอบของโบราณสถานเอง ได้แก่ ชนิด และคุณสมบัติของวัสดุก่อสร้าง ชนิดของดิน  และวัสดุที่เป็นรากฐานของโบราณสถาน สถานที่ตั้ง ลักษณะโครงสร้างและน้ำหนักของโบราณสถาน หรือความผิดพลาดในการก่อสร้าง เป็นต้น
 2.สาเหตุภายนอก  (Extrinsic Factors)
             เป็นกระบวนการเสื่อมสภาพของโบราณสถานที่เกิดขึ้นจากการกระทำของสิ่งแวดล้อมภายนอก ซึ่งแบ่งได้เป็น
  1.สาเหตุจากมนุษย์

  2.สาเหตุจากธรรมชาติ

       1.สาเหตุจากมนุษย์
                สาเหตุจากมนุษย์ ซึ่งเป็นสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้โบราณสถานชำรุดทรุดโทรมและเสื่อมสภาพได้รวดเร็ว ทั้งโดยตรง เช่น การบุกรุกที่ดิน สร้างที่พักอาศัย การดัดแปลง รื้อถอน สร้างสิ่งก่อสร้างใหม่และการขุดเจาะเพื่อหาสิ่งมีค่า เป็นต้น  การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายดังกล่าวส่วนใหญ่จะอยู่ในขอบเขตของแหล่งโบราณสถาน  หรือระยะประชิดแล้วยังส่งผลทางอ้อมด้วย  ซึ่งเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบทำให้สิ่งแวดล้อมที่อยู่โดยรอบขอบเขตของโบราณสถานเสื่อมโทรมและก่อให้เกิดสภาพที่ไม่ส่งเสริมคุณค่าและความงดงามของโบราณสถาน


2.สาเหตุจากธรรมชาติ
แบ่งได้เป็น

             2.1 ภัยพิบัติจากธรรมชาติ เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวแต่มีผลกระทบก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง ฉับพลับ และการป้องกันทำได้ยาก เช่น แผ่นดินไหว อุทกภัย เป็นต้น

            2.2 สภาวะแวดล้อมทางธรรมชาติ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ปัจจัยทางกายภาพ เช่น ความชื้น แสงแดด ลม สารเคมีที่ปนอยู่ในอากาศ เป็นต้น  และปัจจัยทางชีวภาพ เช่น สาหร่าย ไลเคน หรือพืชชนิดอื่นๆที่เจริญเติบโตบนโบราณสถาน และสัตว์ที่อาศัยอยู่ในบริเวณโบราณสถาน เป็นต้น   การเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่มีผลต่อการเสื่อมสภาพของโบราณสถานในระยะยาว
           การศึกษาในครั้งนี้ได้เลือกปัจจัยสิ่งแวดล้อมบางประการเท่านั้น โดยแบ่งปัจจัยสิ่งแวดล้อมออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ และได้ศึกษาปัจจัยย่อยเพียงบางปัจจัยดังนี้
          1.ปัจจัยสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ จะศึกษาในเรื่องการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิและความชื้น
          2.ปัจจัยสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ  จะศึกษาการเกิดการทำลายโดยสิ่งมีชีวิตจากสิ่งมีชีวิต 3 ชนิด คือ  สาหร่าย  นกพิราบ  ต้นไม้

1.ปัจจัยสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ
      1.1 อุณหภูมิ
           อุณหภูมิเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของโบราณสถาน  ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ความร้อน ระบบระบายอากาศ  ความร้อนจะทำให้วัตถุแห้งกรอบและช่วยให้ปฏิกิริยาเคมีต่างๆ  เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
           เนื่องจากอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นจะเพิ่มอัตราการเกิดปฏิกิริยาทางเคมี ฟิสิกส์และชีววิทยา  เราพบว่าอุณหภูมิมีผลโดยตรง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางฟิสิกส์จะเห็ดได้อย่างชัดเจนคือ การขยายตัวและหดตัวของวัสดุก่อสร้างเนื่องจากอิทธิพลของอุณหภูมิ

1.2 ความชื้น
            ความชื้นเป็นสาเหตุที่สุดในการก่อให้เกิดการเสื่อมสภาพของโบราณสถาน  เนื่องจากความชื้นสามารถเคลื่อนที่ได้หลายรูปแบบ  และสามารถกระตุ้นปฏิกิริยาต่างๆ ให้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว  โดยอาจจะทำปฏิกิริยากับวัตถุโดยตรง  หรือทำหน้าที่เป็นตัวกลางในปฏิกิริยาระหว่างวัตถุกับสิ่งแวดล้อม  ซึ่งทำให้มีผลต่อการเสื่อมสภาพของโบราณสถานได้ เช่น การเกิดผลึกเกลือบนผนังอาคารโบราณสถาน การเจริญเติบโตของสาหร่ายและราบนผนัง เป็นต้น
       นอกจากนี้น้ำยังเป็นตัวทำละลายที่ดี จึงสามารถละลายสิ่งต่างๆได้ดี น้ำที่อยู่ในรูปของความชื้นในอากาศจึงทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างวัสดุก่อสร้างกับสิ่งแวดล้อม ทั้งในการทำหน้าที่ละลายก๊าซต่างๆ ในอากาศจนเกิดเป็นกรดอ่อนที่มีฤทธิ์กัดกร่อนผิววัสดุ


2.ปัจจัยสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ
2.1 สาหร่าย
  สาหร่ายที่ขึ้นอยู่บนผนังอาคารนั้น เป็นพืชชั้นต่ำ มีคลอโรฟิลล์ สามารถสังเคราะห์แสงได้ ไม่มีส่วนที่เป็นราก ลำต้น ใบที่แท้จริงเพราะไม่มีเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่เฉพาะ  มีขนาดตั้งแต่เล็กมากประกอบด้วยเซลล์เดียว  ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จนถึงนาดใหญ่ประกอบด้วยเซลล์จำนวนมาก
  สาหร่ายและพืชชั้นต่ำที่เกาะอยู่ตามโบราณสถานเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความชื้นทำให้วัสดุนั้นๆเกิดความเสียหาย


2.2 นกพิราบ
             นกพิราบก็มีบทบาทต่อการเสื่อมสภาพของโบราณสถานโดยตรง ด้วยการกัดกิน เหยียบย่ำวัสดุโบราณสถาน หรือการทำลายโดยอ้อม เช่น มูลนกพิราบจะทำให้เกิดคราบสกปรกและยังอาจก่อให้เกิดการกัดกร่อนผิววัสดุก่อสร้าง เพราะ มูลของนกพิราบมีฤทธิ์เป็นกรด หรือมีสารเคมีที่มีผลต่อการเสื่อมสภาพของโบราณสถาน


2.3 ต้นไม้ที่เจริญเติบโตรอบโบราณสถาน
          พืชและวัชพืชหลายชนิดมักเจริญเติบโตหนาแน่นในบริเวณที่เปียกชื้น อาจจะเจริญอยู่บนหลังคาหรือส่วนยอดของโบราณสถาน ตามบริเวณรอยต่อและรอบแตกของแผ่นอิฐหรือศิลาแลง รวมทั้งในลวดลายที่ทำเป็นกระบังเหนือประตูหน้าต่าง และจะขึ้น หนาแน่นมากในบริเวณที่มีดินและฮิวมัสอยู่ด้วย การเสื่อมสภาพโดยสิงมีชีวิตนั้นจะขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศและความชื้นเป็นสำคัญ โบราณที่เริ่มมีการเสื่อมสภาพของอิฐ ปูนปั้น หรือศิลาแลงก็ตามจะเริ่มมีพืชชั้นต่ำขึ้นเช่น ไลเคน สาหร่าย จุลินทรีย์ รวมทั้งพืชชั้นสูงที่เจริญเติบโตขึ้นมาโดยอาจติดมากับนก แมลง สัตว์ รวมถึงการขับถ่ายมูลของนก ทำให้มีการเจริญเติบโตของพืชชั้นสูงเช่น ต้นโพธิ์ ต้นไทร บนโบราณสถาน รากที่ชอนไชลงไปในโบราณสถานก็ยิ่งทำให้เกิดรอยแตกร้าวมากจนพังทลายได้



วิธีการบำรุงรักษาโบราณสถานขั้นพื้นฐาน

การบำรุงรักษาโบราณสถาน คือ การระวังรักษาโบราณสถานไม่ให้เสื่อมสภาพหรือหยุดยั้งการเสื่อมสภาพ โดยไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงลักษณะรูปร่างของโบราณสถาน
   การรักษาความสะอาด การถากถางวัชพืชและการกำจัดสิ่งกีดขวางในเขตโบราณสถาน
      เป็นการรักษาสภาพโดยทั่วไปของโบราณสถานและบริเวณโดยรอบให้มีความสะอาดเรียบร้อยและป้องกัความเสียหายหรือความเสื่อมสภาพที่เกิดจากวัชพืชและสิ่งกีดขวางต่าง ๆ 




คณะผู้จัดทำ
1.นางสาว เพชรตะวัน     สุวรรณวงษ์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2   เลขที่ 28
2.นางสาว ลดามณี           โพพิพัฒน์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/4  เลขที่ 33
3.นาย นิพิฐพนธ์         พุทธิรังษีวงศ์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/7  เลขที่ 7
4.นาย สุภเวช                   ชัชวาลย์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/9  เลขที่ 11 
5.นางสาว ชญานี         อินรัญ  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/11  เลขที่ 26
   
โรงเรียนกำแพงเพชรพิทยาคม






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น